บทความที่ได้รับความนิยม (Top 10)

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เมื่อช่างภาพหัวครีเอทีฟ เสกให้ตัวต่อเลโก้ (Lego) มีชีวิต!


หยุดนะไอ้หน้าแมว! ถ้าเจ้าคิดจะกินเจ้านายข้า เจ้าต้องข้ามศพข้าไปก่อน!

โอ๊ยยยย! ถึงข้าจะเป็นแค่ตัวต่อเล็กจิ๋วนามว่า "Lego" แต่ข้าก็เจ็บเป็นนะ
เอาเท้าเน่าๆของเจ้าออกไปจากตัวข้าเดี๋ยวนี้!


ต่อให้แผ่นน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ต่อให้น้ำท่วมโลก เลโก้จิ๋วอย่างเราก็เอาตัวรอดได้
พายเรื่อยๆจนกว่าจะถึงดาวอังคาร เอ้า! ฮึบ!! ฮุ่ย เร่ ฮุ่ย!!!


จิ๋วแต่แจ๋วอย่างเรา ก็สามารถก่อกองทรายเป็นรูปเป็นร่างได้นะ
ว่าแต่..มันจะไม่ถล่มลงมาทับพวกเราใช่มั้ย


อาบน้ำแร่ แช่กาแฟ แหม่..ตัวเปลี่ยนสีเลยนะแก

นี่เรากำลังเล่น MV เพลงจักรยานสีแดง ของพี่เสก โลโซ อยู่หรือเปล่านิ๊
"และฉันกับเธอจะไปด้วยกัน ขี่ไปพร้อมกัน จักรยานสีแดง"


เลโก้อย่างเราก็ดำน้ำเป็นนะ แต่พี่ช่างภาพคะ ความคิดสร้างสรรค์ของพี่ เกือบทำหนูโดนฉลามงาบแล้วนะคะ

หะ หะ หอยยยย ทากกกกก อ๊ากกกกก หอยทากกัดหัวนมช้านนนนน
(พี่ช่างภาพเล่นกับหอยทากตัวจริงเสียงจริงซะด้วยงานนี้)


การต่อสู้แบบเหนือชั้น โดนฟันจนขาดเป็นชิ้นส่วน

ในเมื่อสู้ด้วยอาวุธไม่ได้ ขอลอบทำร้ายอย่างมีศิลปะละกัน คิกๆๆ จะว่าไปก็ดูตั้ลล๊ากกกกดีนะเนี่ย


ทำไงดี ไอ้ยักษ์เขียวโดนแช่แข็งซะแล้ว

เอ่อะ..มิกกี้เม้าส์มาผิดเรื่องปะลูก นี่มันสตาร์วอส์นะ หรือมาเป็นดารารับเชิญจ๊ะ

นี่แน่ะ! กัดข้านักใช่มั้ย ข้าคันแล้วเนี่ย ตบแม่มซะเลย หึหึ!


เดี๊ยนกำลังเก็บอุนจิของลูกรัก ว่าจะไปผสมทำเป็นคุ้กกี้ดาร์กช็อกโกแลต ลองชิมดูมั้ย?

เจอท่าไม้ตายข้าหน่อยเป็นไง เฮือกกก! แบนซะเถิด วะฮะฮ่าาาา!
โอ๊ยยย..ข้าเจ็บตูดจัง ลงผิดท่าไปนิด = ='


เรียงลำดับตามความยาวของหนวด ปฏิบัติ!!


ย่างไส้กรอกหรือเชื่อมเหล็ก? ไฟอลังการมาก


วิศวะตัวจิ๋วอย่างเรา ฝีมือไม่เบานะเออ ว่าแต่..ตูจะลงยังไงวะเนี่ย จับตูมาไว้ซะสูงเลย - -'


ใครฉลาดกว่ากัน??


ปาร์ตี้สังสรรค์สไตล์เลโก้


เลโกตัวจิ๋วอย่างผมก็เป็นนักดำนำได้นะครับ


เมื่อหลานตัวแสบอยากพาคุณปู่ที่เป็นโรคหัวใจไปเดินเล่น
"ปู่ว่า..ปู่จะหัวใจวายตายเพราะหลานเนี่ยแหละ ช้าๆหน่อยสิ"


เงียบๆหน่อยสิ ช่างทาสีอย่างเราต้องใช้สมาธิและจิตวิญญาณ มันคืองานศิลปะ

และแล้วจุดจบของคุ้กกี้รันก็มาถึง กอบกู้ความสงบในไลน์อีกครั้ง

ยายจ๊ะ..สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานของเราจ้ะ

เราจะเป็นตัวต่อที่เติมเต็มไปด้วยความรัก หากเราขาดชิ้นส่วนใด ชิ้นส่วนหนึ่งไป
มันก็คงไม่สามารถประกอบขึ้นเป็นเราได้
ใครจะรู้ว่าตัวต่อเล็กจิ๋วอย่างเรา ก็มีหัวใจ มีความรักเหมือนมนุษย์เช่นกัน


ทิ้งทวนชวนคิด: ช่างภาพท่านนี้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวตัวต่อเล็กจิ๋วที่มีนามว่า "Lego" ตัวต่อของเล่นที่ฮิตในหมู่เด็กๆฝรั่ง (เด็กไทยก็เคยฮิตเล่นอยู่ช่วงหนึ่ง) หลายๆภาพนั้นบ่งบอกถึงความคิดสร้างสรรค์ที่เก๋ไก๋ และทักษะการเป็นช่างภาพที่เก่งกาจของเขา เขาได้ปลุกความคิดหนึ่งของผู้เขียน ความคิดนั้นคือ..ของเล่นหรือเกมหลายๆประเภท หากเราเรียนรู้ที่จะเล่นกับมันอย่างรู้คุณค่าและสร้างสรรค์ ไม่เพียงเพื่อความสนุกอย่างเดียว แต่ใช้ความคิดไปพร้อมๆกับการเล่น เราก็คงจะได้ไอเดียดีๆจากสิ่งเหล่านี้ ที่ผู้ใหญ่ (บางคน) มองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระและเสียเวลา ตัวต่อเลโก้คงอยากจะบอกกับมนุษย์อย่างพวกเราว่า "ถ้าคุณเล่นกับพวกเราอย่างทะนุถนอม ไม่ทิ้งๆขว้างๆ ไม่ปล่อยให้ชิ้นส่วนของพวกเราหล่นหายไป ตัวต่อเลโก้อย่างพวกเราก็พร้อมที่จะทำให้ผู้คนมีทักษะความคิด และนำพาไปพบกับจินตนาการที่งดงามอย่างช่างภาพท่านนี้ก็เป็นได้"


ติดตามชมรูปภาพสวยๆ ไอเดียเก๋ๆ และเรื่องราวของตัวต่อเลโก้ได้ที่ Samsofy Photographie

บทความโดย: ตะวัน ซันชายน์

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ชักชวนเที่ยว "เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง" งานที่คนรัก(การกิน)ผลไม้ ไม่ควรพลาด!

เพลง แอปเปิ้ล มะละกอ กล้วย ส้ม (ศิลปิน: ตะกร้า)
 
 
          แค่ชื่อเพลงก็ชวนอยากกินผลไม้ซะแล้ว แน่นอนว่าผลไม้เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เป็นแหล่งวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เป็นอาหารของนักไดเอททั้งหลาย (แต่ผลไม้บางชนิดทานแล้วก็อ้วนพลุ้ยได้เหมือนกันนะจ๊ะ อย่างเช่น ขนุน ทุเรียน มะม่วง หรือผลไม้ที่มีรสหวานมากๆ) หากอยากได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์จากผลไม้ แนะนำให้ทานพวกผลไม้รสเปรี้ยว เพราะมีวิตามินซีสูง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมคอเลสเตอรอลในร่างกาย เช่น ส้ม สับปะรด มะเขือเทศ มะเฟือง มะขาม ฝรั่ง หรือตระกูลเบอร์รี่ เช่น สตรอเบอร์รี่ เชอร์รี่ บลูเบอร์รี่ แบล็คเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ โกจิเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ กีวี่ ฯลฯ

         
 
 
           สำหรับใครที่ชื่นชอบการรับประทานผลไม้ แบบที่ว่าทานได้หลายชนิด ฉันเลือกไม่ถูก ฉันอยากทานทุกอย่างเลย บล็อกนี้จะมาแนะนำสถานที่ที่เรียกได้ว่าคอ "บุฟเฟ่ต์ผลไม้" ไม่ควรพลาดงานนี้ กับงานที่มีชื่อว่า "เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง" (Thailand Fruits Festival) ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 22-28 พฤษภาคม 2558 ณ ตลาดกลางผลไม้เพื่อการเกษตรตะพง จ.ระยอง ซึ่งจัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง เป็นเทศกาลประจำปีของระยอง จะจัดในช่วงฤดูผลไม้ ประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนของทุกปี ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจหลายอย่าง อาทิ กิจกรรมการจัดขบวนแห่รถประดับด้วยผลไม้ การประกวดธิดาชาวสวน การประกวดจำหน่ายผลไม้ ผลิตภัณฑ์จากอาหารทะเล และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปอีกด้วย สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมงาน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลตะพง โทรศัพท์ 0 3866 4053 หรือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง โทรศัพท์ 0 3865 5420-1, 0 3866 4585

 




 
 


          หากผู้ใดสนใจจะมาท่องเที่ยวงานนี้ที่ระยอง แล้วยังหาที่พักไม่ได้นั้น เรามีที่พักมาแนะนำแก่ท่านค่ะ เป็นโรงแรมที่ติดทะเล มีชายหาดส่วนตัว มีสระว่ายน้ำ มีบริการนวดสปาร์ โรงแรมนี้ชื่อว่า "โรงแรมปาล์มมาลีบีช รีสอร์ท" โดยอยู่ในตำบลชากพง อำเภอแกลง ติดกับหาดแหลมแม่พิมพ์ อยู่ตรงข้ามเทศบาลสุนทรภู่ สำรองที่พักได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 038-638071-2 หรืออีเมลล์ palmeraiebeach@hotmail.com , FB: โรงแรมปาล์มมาลี บีช รีสอร์ท จ.ระยอง

ด้านหน้าของโรงแรม
 
ตัวตึกหันหน้าออกทางทะเล และมีสระว่ายน้ำอยู่ตรงกลางของโรงแรม

หนึ่งห้องจะพักได้ 2 ท่าน


ทิ้งทวนชวนเที่ยว: เทศกาลนี้ หนึ่งปีมีครั้งเดียว เนื่องจากผู้เขียนทำงานในโรงแรมที่ระยอง
ได้ท่องเที่ยวและได้ชิมผลไม้ของเมืองระยอง ต้องขอบอกว่าผลไม้ที่นี่สดจากสวนจริงๆ
ช่วงนี้ทุเรียนมาแรงมากบอกเลย (แรงทั้งกลิ่นและรสชาติ5555) พ่อค้าและแม่ค้าน่ารักเป็นกันเอง
เราจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์ ให้นักท่องเที่ยวได้มาลองลิ้มชิมรสชาติผลไม้ของที่นี่กัน
แถมที่นี่ยังมีหาดสวยๆ ทะเลใสๆ และเกาะต่างๆมากมายให้ได้ท่องเที่ยวกัน
ฉะนั้นจึงไม่ควรพลาดเทศกาลและบรรยากาศดีๆแบบนี้ ของดี ของอร่อย ต้องบอกต่อ ต่อ ต่อ ต่อ ต่อ
เอ้า! ช้าอยู่ไย รีบไปชักชวนญาติโก โหติกา ลุงป้าน้าอา เพื่อนสนิท มิตรสหาย เพื่อนข้างบ้าน
ชวนกันมาเที่ยวที่ระยองฮิเร้ววววว!
 


 
 
 
 
 

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

รีวิวร้านไอติมหม้อไฟ "ยศเส" ศาลายา..มาพร้อมควันพวยพุ่ง!!

เพลง หวานเย็น (Mild)
 

          "เธอคือหวานเย็น ดับร้อนข้างในหัวใจที่ฉันมี ... เธอคือหวานเย็น แค่เห็นหน้าเธอแล้วฉันก็ชื่นใจ"
"หวานเย็น" ในความหมายของวง Mild คงหมายถึง "แฟนสาว" แต่สำหรับเราแล้ว "หวานเย็น" ที่ว่านี้ ไม่ใช่แฟน ไม่ใช่ที่รัก ไม่ใช่ชู้ ไม่ใช่กิ๊กใดๆทั้งสิ้น แต่คือ "ไอติม" นั่นเอง ว๊าวววว!! เพราะเจ้าของบล็อกเป็นตัวกินไอติมเลยนะ..รู้ยัง ชอบมากกกกกกกก ความสุขเล็กๆ อิอิ (ถึงความอ้วนมันจะไม่เล็กก็เถอะ 5555555)

          อากาศร้อนๆแบบเหงื่อทะลักออกทุกรูขุมขนแบบนี้ บอกเลยว่าการทานไอติมอร่อยๆ ในห้องแอร์เย็นๆ เป็นอะไรที่ฟินสุดๆ แต่ก็นะ ร้านไอติมในห้องแอร์เย็นๆ มีเยอะแยะถมเถไป มันไม่เร้าใจวัยรุ่นที่ชอบลองอะไรแปลกใหม่อย่างเราเลยอะ แต่พอมาเจอร้านนี้กับวิธีการนำเสนอที่โดดเด่นแปลกใหม่ ท้าทายสไตล์คนชอบลองของแปลกใหม่ ใครจะคิดว่าหม้อไฟที่ใส่ต้มยำร้อนๆ จะสามารถครีเอทีฟนำมาใส่ไอติมเย็นๆได้ อยากเห็นแล้วใช่ไหมว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร ว่าแล้วก็เปิดประตูเข้าไปในร้านนี้กันเลยดีกว่า มามะ ร้านนี้มีชื่อว่า "ไอติมหม้อไฟ ยศเส (สาขาศาลายา)"

บรรยากาศหน้าร้าน
 
 
          สาขาศาลายานี้ ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม (เนื่องจากผู้เขียนเป็นบัณฑิตศิษย์เก่ามหาลัยนี้ จากการที่เห็นรุ่นน้องมันถ่ายรูปลงเฟสยั่วกิเลส ทำให้รุ่นพี่อย่างเราต้องตามมาโซ้ย เอ้ยยย มาชิมถึงที่ อิอิ) ซึ่งที่นี่เป็นแหล่งนักชิม นักกิน นักโซ้ย นักซัด นักยัด (เอ่อะ - -*) ของบรรดานักศึกษามหิดลและสถานศึกษาข้างเคียง เนื่องจากมีร้านอาหารเยอะมาก (อย่าแปลกใจทำไมเด็กที่นี่อ้วนพลีสมบูรณ์ น่ารักจิ้มลิ้ม 5555) แต่ร้านที่แปลกตาสำหรับนักกินที่นี่ คงหนีไม่พ้นร้านไอติมหม้อไฟยศเส ที่เพิ่งมาเปิดสาขาใหม่ที่นี่ ลูกค้าส่วนใหญ่จึงเป็นบรรดานักศึกษาที่น่ารักจิ้มลิ้มทั้งหลาย

"เอ้าพวกเรา เงยหน้าจากหม้อไอติมมาถ่ายรูปกันเร้วววว"
 
 
วัยรุ่นอย่างเราต้องมาลองลิ้มชิมไอติมหม้อไฟยศเส เฮ้!!!
 
 
เด็กๆอย่างหนูก็ไม่พลาดนะคะ
 
ดาราอย่างคุณบุ๋ม ปนัดดา ก็มาทานร้านนี้ด้วยหรือเนี่ย ว้าวววว!!
 
 
                    ร้านนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 16.00-23.00 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังเลิกเรียนและเลิกงาน เหมาะแก่การมาผ่อนคลายสบายๆสไตล์คนรักของหวาน โดยบรรยากาศในร้านจะออกมืดๆ ตกแต่งด้วยไฟสลัวๆ มีกลิ่นอายแบบผับนิดๆ (แต่ไม่มีแอลกอฮอลนะจ๊ะ) มีเก้าอี้โซฟาและหมอน (เผื่อใครกินอิ่ม หนังท้องตึง หนังตาหย่อน นอนหลับได้เลย 5555) มีมุมอย่างกับสตูดิโอให้ถ่ายรูปด้วยนะจ๊ะ เอาใจเด็กวัยรุ่นชอบเซ้ลฟี่อย่างเราจริงๆ ไอเดียการตกแต่งร้านของเจ้าของร้าน ต้องยอมรับว่าเข้าถึงรสนิยมของวัยรุ่นอย่างเราๆซะเหลือเกิน

ใครอยากมาแถลงการณ์ เชิญได้ที่แท่นนี้ มีไมค์ครบทุกช่อง พร้อมถ่ายทอดสดทันทีที่หน้าร้าน

 
          และแล้วก็มาถึงพระเอกของร้านอย่าง "ไอติมหม้อไฟ" โดยมีไอติมหลายรสชาติให้เลือกทาน สั่ง 5 ลูกขึ้นไป ถึงจะได้ใส่หม้อไฟ ราคาลูกละ 40 บาท โดยเราฉายเดี่ยวไปทานคนเดียว เกรงว่าสั่ง 5 ลูก จะทานไม่หมด เลยถามพี่เจ้าของร้านว่าสั่ง 4 ลูกได้มั้ยคะ เจ้าของร้านใจดีมาก ให้สั่ง 4 ลูกได้ เราเลยสั่งรสชาเย็น ช็อกโกแลตบราวนี่ โยเกิร์ตบลูเบอร์รี่ บานาน่าชีส (ความชอบส่วนตัวรู้สึกชอบรสชาเย็นกับช็อกโกแลตบราวนี่นะ มันเข้มข้นดี) แต่หลายๆเสียงบอกว่ารสโคตรนมอร่อย (ไว้คราวหน้าจะไปลองรสนี้มั่ง เดี๋ยวจะลองให้ครบทุกรสเลย งั่มมมม) พอพนักงานยกหม้อไฟมาเสิร์ฟ เขาก็ถามเราว่า "ต้องการถ่ายรูปมั้ยคะ?" เราก็พยักหน้า เขาก็ค่อยๆเทน้ำเปล่าลงในช่องตรงกลางหม้อที่ใส่น้ำแข็งแห้งไว้ ความอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น "ควันพวยพุ่ง!!" ช้าอยู่ไย ถ่ายรูปสิคะ แช๊ะ แช๊ะ ความงดงามแบบศิลปะบนไอติมก็บังเกิดเป็นภาพฉะนี้แล (กว่าจะถ่ายเสร็จ เล่นเอาซะไอติมเกือบละลายกลายเป็นน้ำแกง 555555)

ควันพวยพุ่ง ปุ้งงง!! กลายเป็นไอติมหม้อไฟ (ข้างๆคือบลูเบอร์รี่ชีสพาย ถ้วยละ 30 บาท)
 
 
เห่อของเล่นใหม่ ถ่ายรูปอยู่นาน จนเกือบจะละลายกลายเป็นน้ำแกง 55555
 
          รสชาติไอติมถือว่าก็โอเคนะ มันแล้วแต่รสชาติ แล้วแต่คนชอบเนอะ แต่ที่ประทับใจคงจะเป็นไอเดียหม้อไฟจากน้ำแข็งแห้ง บรรยากาศ และการบริการที่เป็นกันเอง พนักงานและเจ้าของร้านน่ารักมาก อยากจะเล่าความประทับใจนี้ให้ฟัง คือเราสั่ง 4 ลูก เจ้าของร้านบอกว่าถ้าทานไม่หมด เรามีบริการห่อกลับบ้านให้นะคะ เราก็เลยบอกให้ห่อกลับบ้าน 2 ลูก เขาก็ถามว่าเดินทางนานไหมคะ เราก็บอกว่าก็ชั่วโมงกว่าๆได้ค่ะ ละคือแพ็คเกจที่เขาห่อคือดีอะ ใส่น้ำแข็งแห้งให้เยอะมาก สงสัยกลัวละลายจนเราอดกิน ตอนแรกเราก็คิดว่าจะทานไม่หมดนะ แต่พอทานไปเรื่อยๆ รู้สึกว่าไม่จุใจ บอกเจ้าของร้านว่า "พี่คะ เอาที่ห่อกลับบ้าน มาใส่ลงหม้อดีกว่าค่ะ รู้สึกว่าจะไม่จุใจ กินที่นี่ให้หมดทีเดียวเลยดีกว่าค่ะ 5555555" พี่เจ้าของร้านก็แอบขำ กิน 4 ลูกคนเดียวหมดเลยแฮะ แถมเบิ้ลบลูเบอร์รี่ชีสพายไป 1 ถ้วยอีก ไม่อ้วนตุ้ยนุ้ยให้มันรู้ไป ><"


ไอติมหม้อไฟเย็นๆ พร้อมเสิร์ฟความแปลกใหม่ให้คุณแล้วจ้า
แย่งกันทานหลายๆคน คงเพิ่มความอร่อยไปอีกแบบ
ทิ้งทวนชวนอ่าน: ไอติมร้านนี้ ไอเดียเลิศ บรรยากาศดี บริการเป็นกันเอง ราคาก็ไม่ถูกและไม่แพงจนเกินไป สมเหตุสมผลกับไอเดียความคิดของเขา แต่ถ้ามีเพิ่มพวกท็อปปิ้งต่างๆ ก็น่าสนอยู่นะ สำหรับเราไอติมมันดูโล้นๆไป ถ้าไม่มีไอเดียหม้อไฟ ก็คงไม่ต่างกับไอติมสกู๊ปธรรมดา ถ้าเพิ่มช้อยส์ทางเลือกให้กับคนรักการทานไอติมกว่านี้อีกนิด รับรองร้านนี้จะมีลูกค้าอีกเพียบ หากใครยังไม่เคยลอง แนะนำว่าครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปลองทานไอติมที่เกิดจากไอเดียความคิดดีๆของคนไทยกันเถอะค่ะ ^^

ที่มาของรูปภาพ (บางรูป)
FB: ไอติมหม้อไฟยศเส ศาลายา

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

รีวิวหนังเรื่อง "The Machinist (หลอน..ไม่หลับ)"


A: คุณโอเคมั้ย ?
B: แล้วผมดูไม่โอเคตรงไหน ?
A: ก็ถ้าคุณผอมไปมากกว่านี้ คุณอาจจะโดนลมพัดปลิวไปเลยก็ได้


          ผมกำลังล้างหน้า เผื่อว่ามันจะช่วยให้ผมสร่างจากความง่วง ผมเงยหน้าส่องกระจก มองใบหน้าอันโทรมๆและตาคล้ำๆของตัวเอง จู่ๆท้องผมเกิดร้องขึ้นมาด้วยความหิวโหย ผมจึงเดินไปที่ตู้เย็น ทันใดนั้น ผมต้องตะลึงกับกระดาษโพสอิทสีเหลืองที่แปะหน้าตู้เย็น ข้อความที่อยู่บนกระดาษใบนั้นคือ "Who are you ?"

          จะเป็นไปได้ไหม หากฝันร้ายที่คุณพบเจอนั้น มันตามหลอกหลอนขณะที่คุณยังไม่ได้หลับ? ฝันร้ายทั้งๆที่ยังตื่น ฝันร้ายทั้งๆที่ยังลืมตา ฝันร้ายทั้งๆที่คุณไม่ต้องการจะฝันถึงมัน!

          "คุณเป็นใคร?" คงไม่ค่อยมีใครถามคำถามนี้กับตัวเอง น้อยคนที่จะสงสัยในความเป็นตัวเอง แต่ไม่ใช่กับพนักงานคุมเครื่องจักรที่เป็นโรคนอนไม่หลับมานานนับปี เนื่องจากเขามีปมฝังใจที่แม้แต่ตัวเองยังคงไม่รู้ตัวและกำลังหนีมัน! และนั่นทำให้เหตุการณ์หลอนๆตามมาหลอกหลอนเขาไม่เว้นวัน และพาลทำให้คนรอบข้างเขาต้องเดือดร้อนไปตามๆกัน จนทำให้ใครหลายคนชี้หน้าหาว่าเขาเป็น "คนติดยา" หรือ "คนวิกลจริต" ผู้ชายคนนี้ที่ชื่อว่า "Trevor Reznik"

Christian Bale (พระเอก Batman Begins) ลงทุนลดน้ำหนักตัวเองไปกว่า 60 ปอนด์
จนเหลือแต่โครงกระดูก
 

          สิ่งแรกที่ทำให้อึ้งทึ่งตั้งแต่ยังดูไม่จบก็คือ "หุ่นที่ซูบผอมของพระเอก" แบบที่ว่าผีโครงกระดูกเดินได้หรือเปล่า คือผอมจนเห็นโครงกระดูก มันผอมน่ากลัวเกินไป แต่พอไปอ่านข้อมูลเบื้องหลัง ต้องนับถือพระเอกคนนี้มากกับการลดหุ่นให้ผอมแห้งโดยใช้เวลาไม่นาน โดยเขาให้สัมภาษณ์ว่าในหนึ่งวัน เขากินได้แค่กาแฟ 1 แก้ว แอบเปิ้ล 1 ผล และทูน่าเพียงเล็กน้อย พร้อมออกกำลังกายอย่างหนัก (เป็นเรานี่คงไม่รอดตั้งแต่วันแรก ซูฮกพี่เขาเลยจริงๆ) ทำให้พระเอกอย่าง 'Christian Bale' เป็นอีกหนึ่งสุดยอดของ "Body Transformations" ในวงการณ์ภาพยนตร์เท่าที่เคยมีมา

          หนังเรื่องนี้ดูเหมือนจะไม่สนุก ไม่มีอะไรเลย ดูแล้วน่าเบื่อ ไม่เห็นเข้าใจ แต่ถ้าใครดูถึงตอนจบแล้ว จะบอกได้ว่าหนังเรื่องนี้ผูกปมชวนน่าสงสัยได้ดีมาก (หากใครเป็นนักเดา คงได้สนุกละงานนี้) ตัวหนังที่เน้นอารมณ์ชวนสงสัย อึดอัด กดดัน กับบรรยากาศและการเดินเรื่อง รวมไปถึงซาวด์ดนตรีชวนหลอนโสตประสาท หนังใช้ลูกเล่นของเสียงมากล่อมประสาทความหลอน บวกกับใบหน้าอันโทรมๆไร้ซึ่งชีวิตชีวาของพระเอก ยิ่งทำให้รู้สึกถึงความหลอนเบาๆแบบไม่ต้องมีผีวิญญาณโผล่มาให้สะดุ้งโหยง ก็โคตรหลอนได้ด้วยตัวหนังเอง งานนี้ต้องให้ความดีความงามกับพี่ Christian Bale เขาแหละ ที่แสดงบทบาทคนเป็นโรคนอนไม่หลับ (อีกนิดใกล้เป็นคนวิกลจริตละพี่) ได้เข้าถึงอารมณ์มาก สีหน้า แววตา ท่าทางการพูด การเดิน การปลดปล่อย การระบายอารมณ์ คือมันเสมือนจริงมาก จนนี่ก็คิดไปแล้วว่าก่อนหน้าที่พี่จะมาเล่นหนังเรื่องนี้ พี่ได้ไปเข้าคอร์สฝึกหัดการเป็นโรคนอนไม่หลับมาหรือเปล่า (ปรบมือให้กับการแอคติ้งของพระเอกคนนี้จริงๆ)



         "Trevor Reznik"  พนักงานคุมเครื่องจักรในโรงงาน ที่มีชีวิตทำงานไปวันๆ มีงานอดิเรกคือการไปพูดคุยจีบพนักงานเสิร์ฟสาวที่ร้านกาแฟ ที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง และการออกเดินทางไปสู่สวรรค์ชั้นเจ็ดกับโสเภณี ที่เปรียบเสมือนเพื่อนคนเดียวในชีวิตเขา แต่แล้ววันหนึ่งกลับมีชายปริศนานามว่า "Ivan" ปรากฎตัวอย่างลึกลับในโรงงานที่เขาทำงานอยู่ เขาได้พูดคุยกับชายปริศนาคนนี้ และนึกสงสัยว่าเขาเป็นใคร ทำให้เขาไม่มีสมาธิในการทำงาน จนพลาดทำเพื่อนร่วมงานแขนขาดคาเครื่องจักร เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนไม่พอใจในตัวเขา บวกกับใบหน้าอันโทรมๆแบบผีตายซาก ทำให้เพื่อนร่วมงานรังเกียจเขาและพร้อมที่จะขับไล่เขาออกไป!! และทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "Ivan ไม่มีตัวตน"
แล้ว Ivan เป็นใคร ?
เกี่ยวข้องกับเขาอย่างไร ?
ปมในใจที่ทำให้เขาเป็นโรคนอนไม่หลับคืออะไร ?
สรุปแล้วเขาจะหาคำตอบจากคำถามที่ว่า "คุณเป็นใคร ?" ได้หรือไม่ ?
ท้ายที่สุดแล้วชีวิตเขาจะได้นอนหลับพักผ่อนหรือไม่ ?
คำตอบอยู่ในหนังเรื่องนี้แล้ว อยากรู้ต้องดู ;)

              

 Reznik..ชายผู้เป็นโรคนอนไม่หลับ
Ivan..ชายผู้เป็นปริศนา
 
          ดูไปก็แอบสงสารพระเอกนะ กับอีแค่โทรมหน้าตาเหมือนผีดิบ ผอมแห้งเหมือนผีโครงกระดูก ก็โดนเพื่อนร่วมงานรังเกียจและขับไล่ หาว่าติดยา แต่สาเหตุเพราะพระเอกไม่ได้นอนหลับมาเป็นปี จึงทำให้เขามีสภาพผีตายซากแบบนี้ บางทีก็ไม่ยุติธรรมสำหรับพระเอก ทั้งๆที่พระเอกก็ตั้งใจทำงานมาโดยตลอด แต่มาพลาดเพราะอาการจิตหลอนกำเริบ ส่วนฉากที่พระเอกเผลอเกือบหลับไปนั้น แล้วจู่ๆก็ลุกขึ้นมาขัดห้องน้ำ (มีการเขียนป้ายโพสอิทเตือนตัวเองว่า "ไปซื้อน้ำยาล้างห้องน้ำ") ตอนแรกก็นึกงงว่าไหงอยู่ดีๆลุกขึ้นมาขัดห้องน้ำตอนกลางคืน แต่พอดูไปดูมา คือเหมือนพระเอกพยายามหากิจกรรมทำ เพื่อไม่ให้ตัวเองหลับนั่นเอง (ทรมานร่างกายตัวเองดีแท้)


          ปกติเป็นคนดูหนังแล้วชอบหาข้อคิดที่ได้จากหนัง สำหรับเรื่องนี้แฝงข้อคิดหลายแง่มุมมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตในสังคมการทำงาน การอยู่กับคนรอบข้าง การยอมรับความผิด การเผชิญหน้ากับปัญหา การแยกแยะระหว่างความจริงกับความคิดไปเอง โดยเราจะแยกข้อคิดเป็นข้อๆตามที่เราได้รับจากหนังเรื่องนี้ คือ
1.ทุกการกระทำของเรา ที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเพราะอุบัติเหตุหรือโดยตั้งใจ ทางที่ดีเราควรยอมรับความผิดนั้น และไม่คิดโทษคนอื่น
2.ทุกคนมีสิทธิทำผิดพลาด ไม่ว่าเรื่องผิดพลาดนั้นจะเล็กหรือใหญ่ หากเราคิดจะแก้ไขมันตั้งแต่ทีแรก โดยไม่คิดหนีความผิดนั้น ผลลัพธ์สุดท้ายมันอาจไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่เราคิดไว้ก็ได้
3.การที่เราคิดเข้าข้างหรือหลอกตัวเองจนเกินไป อาจนำมาซึ่งความสูญเสียใจอย่างสุดขีดก็เป็นได้
4.การยอมรับความจริง ยอมรับตัวตนของตัวเอง เป็นสิ่งแรกที่มนุษย์ควรทำ ไม่ว่าตัวตนนั้นมันจะด้านมืดสักแค่ไหน หากเราไม่คิดยอมรับตัวเอง ก็คงไม่มีใครมายอมรับตัวตนที่แท้จริงเราได้
5.จงหาเพื่อนดีๆที่เราไว้ใจสักคนสองคน กล้าที่จะเปิดเผยตัวตนกับเขา กล้าที่จะเล่าระบายความทุกข์ในใจ ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนมากมาย แค่เพื่อนสักคนที่ทำให้เรารู้สึกว่า..เราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกที่โหดร้าย
6.ถ้าไม่อยากเป็นคนจิตหลอน จงนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

 
 
ดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว ลองมองตัวเองในกระจก แล้วถามดูสิว่า "เราเป็นใคร ?"

ทิ้งทวนชวนอ่าน: ปกติจะชอบดูหนังแนว Psychological / Mystery / Thriller / Mindbender ออกแนวจิตวิทยา หลอนประสาทนิดๆ คนดูไม่ได้เป็นโรคจิตนะเออ แต่หนังแนวนี้มันทำให้เห็นอีกแง่มุมนึงของมนุษย์ ส่วนใหญ่จะเป็นด้านมืดของมนุษย์ เหมือนเป็นการศึกษาพฤติกรรมตัวละครไปในตัว และนี่เป็นการรีวิวหนังครั้งแรกของเรา ที่เห็นว่าหนังเรื่องนี้ดีและอยากชักชวนให้ได้ดูกัน หากเขียนผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยด้วยนะจ๊ะ จะพยายามฝึกฝนการรีวิวในครั้งต่อๆไป ขอบคุณสำหรับคนที่อ่านมาถึงประโยคนี้ แล้วพบกันใหม่ ขอตัวไปนอนละ ไม่อยากหุ่นเหมือน Reznik น่ะ บ๊ายยยยย กู้ดไนท์บอยแอ่นเกิร์ล ฝันดีราตรีสวัสดิ์..ผองเพื่อนชาว blogger